ราคาเงิน (Silver) พุ่งสูงขึ้นต่อเนื่องจากอุปทานขาดแคลนติดต่อกันเป็นปีที่ 5 สวนทางกับความต้องการใช้อุตสาหกรรมเทคโนโลยี AI ยานยนต์ไฟฟ้า และโซลาร์เซลล์ที่เพิ่มสูงขึ้นมาก ประกอบกับบทบาทเป็นสินทรัพย์ปลอดภัย (Safe Haven) ที่นักลงทุนนิยมเข้าสะสมเมื่อเศรษฐกิจโลกผันผวนและความขัดแย้งภูมิรัฐศาสตร์สูง
ปัจจัยหลักที่ส่งผลให้ราคาเงินพุ่งไม่หยุด:
- ความต้องการอุตสาหกรรมสูงและซัพพลายขาดแคลน: โลหะเงินเป็นส่วนประกอบสำคัญในเทคโนโลยีสมัยใหม่ (แผงโซลาร์เซลล์, สมาร์ทโฟน, ศูนย์ข้อมูล AI) แต่ผลผลิตจากเหมืองทั่วโลกไม่เพียงพอต่อความต้องการ
- สินทรัพย์ปลอดภัยในยามวิกฤต: ในช่วงสงครามและภูมิรัฐศาสตร์ที่ไม่แน่นอน (เช่น ตะวันออกกลาง) นักลงทุนหันมาถือครองโลหะเงินเพื่อกระจายความเสี่ยงจากเงินดอลลาร์
- ป้องกันเงินเฟ้อ: เงินเป็นตัวเลือกการลงทุนที่น่าสนใจในการรักษามูลค่าเงินในช่วงที่อัตราเงินเฟ้อสูงขึ้น
- ความต้องการจากจีนและอินเดีย: มีแรงซื้อจากประเทศเศรษฐกิจขนาดใหญ่ โดยเฉพาะอินเดียที่มีการซื้อช่วงเทศกาล
- ราคาทองคำหนุน: เนื่องจากเงินมักเคลื่อนไหวไปในทิศทางเดียวกับทองคำ เมื่อทองคำ All Time High จึงหนุนให้ราคาเงินปรับตัวสูงขึ้นด้วย
ราคาเงินพุ่งสูงเนื่องจากมี "ความต้องการใช้งานจริงที่สูงมาก" ในอุตสาหกรรม ควบคู่กับ "บทบาทการลงทุนที่ปลอดภัย" ท่ามกลางภาวะซัพพลายจำกัด